จาก 28 กิโลเมตรสู่ 1,300 กิโลเมตร!เส้นทางสีเขียวเมืองรื่อจ้าว: ยืนหยัดพัฒนานานเกือบ 40 ปี รังสรรค์ภาพงดงามแห่งขุนเขา ท้องทะเล และคุณภาพชีวิตประชาชน
นครรื่อจ้าวมีแนวชายฝั่งยาว 226.35 กิโลเมตร และด้วยวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ที่ยืนหยัดต่อเนื่องเกือบ
40 ปี เมืองได้เริ่มต้นจาก “เส้นทางสีเขียวเลียบชายฝั่งซันไชน์”
ระยะทางเพียง 28 กิโลเมตร ก่อนขยายแผนพัฒนาเป็นเครือข่ายกรีนเวย์ยาวกว่า
1,300 กิโลเมตร ปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จ 604 กิโลเมตร โดยยึดแนวคิด “เว้นพื้นที่สีเขียว รื้อกำแพง
ใส่ใจทุกรายละเอียด และเชื่อมโยงทั้งเมือง” เพื่อคืนชายฝั่งที่สวยงามที่สุดให้แก่ประชาชน
พร้อมวาดภาพชีวิตแห่งความสุขในแบบ “ออกจากบ้านก็พบสีเขียว ก้าวไม่กี่ก้าวก็สัมผัสทะเล”
ในช่วงปลายทศวรรษ
1980 เมืองรื่อเจ้าได้รับการยกฐานะเป็นนครระดับจังหวัด
ขณะนั้น เมืองชายฝั่งทะเลหลายแห่งต่างมุ่ง “พัฒนาพื้นที่ริมทะเลและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเล”
แต่รื่อเจ้าได้ตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์อย่างมีวิสัยทัศน์ ด้วยการสงวนพื้นที่บริเวณว่านผิงโข่วและเขตชายฝั่งทะเลไว้เพื่อการพัฒนาในอนาคต
พร้อมกำหนดอย่างชัดเจนว่า “ชายฝั่งสีทองคือมรดกอันล้ำค่าสำหรับลูกหลานในอนาคต” ตลอดระยะเวลากว่า
40 ปีที่ผ่านมา คณะกรรมการพรรคและรัฐบาลท้องถิ่นในแต่ละยุคสมัยยังคงยึดมั่นในเจตนารมณ์เดิม
ปฏิเสธการเข้ามาของโครงการอสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรม กำหนดแนวร่นอาคารบริเวณชายฝั่งอย่างเคร่งครัด
และรักษาเส้นแดงด้านนิเวศวิทยาไว้อย่างมั่นคง ซึ่งได้กลายเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาเส้นทางกรีนเวย์ริมทะเลในปัจจุบัน
ในปี
2019 เมืองรื่อเจ้าได้เริ่มโครงการก่อสร้าง
“เส้นทางสีเขียวชายฝั่งหยางกวง” โดยมาตรการสำคัญอันดับแรกคือ “รื้อกำแพงคืนทะเลให้ประชาชน”
ด้วยการรื้อถอนกำแพงของแหล่งท่องเที่ยวตลอดแนวชายฝั่ง และปรับปรุงพื้นที่บ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่กีดขวางทัศนียภาพ
เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้สัมผัสทะเลอย่างใกล้ชิดโดยไร้สิ่งกั้น โครงการกรีนเวย์ดังกล่าวก่อให้เกิดทั้งประโยชน์ด้านระบบนิเวศและเศรษฐกิจอย่างโดดเด่น
โดยสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้มากกว่า 8 ล้านคนต่อปี
ส่งผลให้รายได้ด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมตามแนวเส้นทางเพิ่มขึ้นร้อยละ 35 ขณะเดียวกัน ยังมีการฟื้นฟูแนวชายฝั่งยาวกว่า
5,000 เมตร
เพิ่มพื้นที่สีเขียวกว่า 490,000 ตารางเมตร
และทำให้อัตราการฟื้นฟูแนวชายฝั่งเชิงนิเวศสูงถึงร้อยละ 92 สะท้อนแนวคิด
“ภูเขาเขียวและสายน้ำใสคือทรัพย์สินอันล้ำค่า” ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
ตลอดกระบวนการก่อสร้าง
โครงการยึดหลัก “ประชาชนเป็นศูนย์กลาง และระบบนิเวศมาก่อน” อย่างเคร่งครัด โดยกำหนดให้ช่องทางจักรยานมีความกว้างไม่น้อยกว่า
3 เมตร
และทางเดินเท้าไม่น้อยกว่า 2 เมตร
ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานระดับประเทศ เพื่อรองรับการสัญจรในช่วงเวลาที่มีผู้ใช้งานหนาแน่นได้อย่างสะดวกสบาย ในด้านการก่อสร้าง ยังให้ความสำคัญกับการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน
เช่น ปรับแนวเส้นทางเพื่อหลีกเลี่ยงต้นสนดำอายุนับร้อยปี ออกแบบทางเดินลอยฟ้าเพื่อปกป้องแนวโขดหินริมทะเล
และสร้างทางหินข้ามน้ำเพื่อคงไว้ซึ่งเส้นทางอพยพของสัตว์ป่า ทำให้เส้นทางสีเขียวแห่งนี้เปรียบเสมือน
“การวางเส้นทางไว้อย่างแผ่วเบาบนบ่าของธรรมชาติ” นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
โดยจัดตั้งระบบบริการ 3 ระดับ
สร้างจุดบริการสาธารณะ 102 แห่ง
และสถานีพักผ่อน 12 แห่ง
พร้อมเพิ่มห้องน้ำสาธารณะอีก 11 จุด
และที่จอดรถกว่า 3,200 คัน
เพื่อแก้ไขปัญหาห้องน้ำไม่เพียงพอและที่จอดรถขาดแคลนอย่างมีประสิทธิภาพ
การก่อสร้างเส้นทางสีเขียวของเมืองรื่อเจ้าไม่ได้จำกัดอยู่เพียงบริเวณชายฝั่งทะเลเท่านั้น
หากยังขยายสู่การพัฒนาเชิงบูรณาการทั่วทั้งเมือง โดยได้จัดตั้งระบบเส้นทางสีเขียว 3 ระดับ
ได้แก่ ระดับเมืองทั้งพื้นที่ ระดับเขตเมือง และระดับชุมชน ปัจจุบัน
เมืองได้ก่อสร้างเส้นทางสีเขียวสำคัญหลายสาย อาทิ เส้นทางสีเขียว
“ทิวทัศน์ภูเขาและทะเล” ระยะทาง 33.8 กิโลเมตร เส้นทางสีเขียวริมสองแม่น้ำ ระยะทาง 68 กิโลเมตร
และเส้นทางสีเขียวรอบภูเขาขุยซาน ระยะทาง 18.5 กิโลเมตร
ซึ่งเชื่อมโยงสวนสาธารณะ พื้นที่ชุ่มน้ำ และชุมชนต่าง ๆ เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ การพัฒนาดังกล่าวช่วยผลักดันให้เกิด
“วงจรชีวิตสีเขียวภายใน 15 นาที” สำหรับประชาชน
โดยปัจจุบันพื้นที่สีเขียวในเขตเมืองมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 40.68 ขณะที่พื้นที่สวนสาธารณะเฉลี่ยต่อประชากรอยู่ที่
18.03 ตารางเมตรต่อคน
บรรลุเป้าหมาย “เดิน 300
เมตรพบพื้นที่สีเขียว และเดิน 500 เมตรถึงสวนสาธารณะ”
อย่างเป็นรูปธรรม
ขณะเดียวกัน
การพัฒนาได้ขยายต่อไปยังพื้นที่ตอนใต้ โดยโครงการเส้นทางสีเขียวชายฝั่งหยางกวงช่วงตอนใต้ระยะทาง
68 กิโลเมตร กำลังเร่งดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
แตกต่างจากช่วงตอนเหนือที่โดดเด่นด้วยทัศนียภาพธรรมชาติ ช่วงตอนใต้จะเชื่อมโยงท่าเรือ
เขตอุตสาหกรรมริมท่า และพื้นที่ชุ่มน้ำเชิงนิเวศเข้าด้วยกัน ผ่านการฟื้นฟูระบบนิเวศ
การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างผิดกฎหมาย และการจัดการน้ำเสียจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ นอกจากนี้
ยังมีการ แสวงหาแนวทางการพัฒนาในรูปแบบ
“อุตสาหกรรม + การท่องเที่ยว” เพื่อเพิ่มศักยภาพและมูลค่าให้กับพื้นที่ชายฝั่งอุตสาหกรรม
และผลักดันให้แนวชายฝั่งแห่งนี้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
จากการวางยุทธศาสตร์
“เว้นพื้นที่เพื่ออนาคต” ตลอดเกือบ 40 ปี จนถึงการสร้างเครือข่ายเส้นทางสีเขียวครอบคลุมทั่วทั้งเมือง
ปัจจุบันเมืองรื่อเจ้ามีเส้นทางสีเขียวรวมระยะทางกว่า 1,300 กิโลเมตร ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงตัวชี้วัดความยาวของแนวชายฝั่งเท่านั้น
หากยังสะท้อนถึงความลึกซึ้งของแนวคิด “การพัฒนาโดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง”
เส้นทางสีเขียวแต่ละสาย ไม่ได้เป็นเพียงโครงข่ายเชิงนิเวศ แต่ยังเป็น “เส้นทางแห่งความสุขของประชาชน”
ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต ทำให้ประชาชนใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบาย ขณะเดียวกันก็สร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวจนอยากกลับมาเยือนอีกครั้ง
สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และความอบอุ่นของเมืองแห่งนี้อย่างชัดเจน

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น